Home / ข่าวการศึกษา / ผอ.ร.ร.มุกดาหาร ขานรับร่างแก้ไขคำสั่งคสช. ฉบับ ศธ. ชี้ลดปัญหารถไฟ 2 ขบวนวิ่งทับเส้นทาง

ผอ.ร.ร.มุกดาหาร ขานรับร่างแก้ไขคำสั่งคสช. ฉบับ ศธ. ชี้ลดปัญหารถไฟ 2 ขบวนวิ่งทับเส้นทาง

ความคืบหน้ากรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จะเสนอนายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้เพื่อแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 19/2560 ในข้อที่ 13 ที่กำหนดให้อำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดและกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53(3)และ(4)แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นของศึกษาธิการ(ศธจ.)โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) จากเดิมเป็นของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.)และผู้อำนวยการโรงเรียน(ผอ.ร.ร.)โดยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ให้รายละเอียดว่า จะคืนอำนาจตามมาตรา 53(3)และ(4) ให้เป็นของผอ.สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน โดยความเห็นชอบของบอร์ดการบริหารงาน ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน นอกจากนี้จะมีบอร์ดอีกชุดทำหน้าที่บูรณาการการศึกษาต่างหาก มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเช่นกัน เพื่อให้งานบริหารการศึกษาขับเคลื่อนไปได้นั้น

ผอ.ร.ร.มุกดาหาร ขานรับร่างแก้ไขคำสั่งคสช. ฉบับ ศธ. ชี้ลดปัญหารถไฟ 2 ขบวนวิ่งทับเส้นทาง

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายสมประดิษฐ์ ไตรยวงค์ ร.ร.ชุมชนนาโปใหญ่-โคกสุวรรณ ต.มุกดาหาร อ. เมือง จ.มุกดาหาร กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขของศธ. เป็นสิ่งที่รับได้ และมองว่าดีมากด้วย เพราะการที่ผอ.สพท.ยังเป็นผู้บังคับบัญชาของโรงเรียน แต่อำนาจการบริหารงานบุคคลเป็นของศธจ. เปรียบไปไม่ต่างจากรถไฟ 2 ขบวนวิ่งทับเส้นทางกันอยู่ สับรางไม่ถูก ส่วนตัวจึงมองว่าศธ.ควรแบ่งอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน เพราะตอนนี้โรงเรียนรู้สึกไม่ต่างจากขาดพ่อขาดแม่ ไร้ผู้ดูแล ทั้งนี้เนื่องจากหลังโยกงานบริหารบุคคลให้ศธจ.ดูแล ส่งผลกระทบต่อครูหลายอย่าง ชัดเจนที่สุดเรื่องการบรรจุครูใหม่ สมัยที่เรายังอยู่กับคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่ฯ สามารถเรียกประชุมได้ตลอดเดือน ไม่มีส่งเรื่องกลับไปกลับมา ทำให้บรรจุครูได้เร็ว แต่ปัจจุบันมีการส่งเรื่องกลับไปกลับมาระหว่างผอ.สพท. ศธจ. กศจ.แล้วกลับมายังผอ.สพท. บางกรณีส่งกลับไปกลับมาถึง 11 รอบกว่าจะบรรจุได้เรียบร้อย ปัจจุบัน 3 เดือนก็ยังบรรจุครูไม่ได้เพราะต้องผ่านขั้นตอนเยอะ ต้องส่งเรื่องกลับไปกลับมา

ผอ.โรงเรียนชุมชนนาโปใหญ่ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่เห็นชัดเจนคือกรณีของการเลื่อนขั้นเงินเดือนครู โดยปกติสิ้นเดือนตุลาคม ครูได้เงินเดือนใหม่เรียบร้อยไปแล้ว แต่ปัจจุบันเดือนตุลาคมก็ยังไม่ได้ เป็นที่มาที่ทำให้ตนต้องทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ระบุว่าถ้ายังไม่พิจารณาเรื่องเลื่อนขั้นเงินเดือนครู 3,000 คน วันที่ 30 พฤศจิกายนเดินขบวนแน่ ส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมาและมีการพิจารณาเรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนครู แต่อย่างไรก็ตามกว่าจะได้เงินเดือนใหม่ ก็เป็นสิ้นเดือนธันวาคม

“ได้คุยกับคณะเพื่อนผู้บริหารโรงเรียน ไม่อยากให้มีการมองว่าเราอยู่ฝ่ายผอ.สพท.แล้วเอาศธจ.เป็นศัตรู เพราะผอ.สพท.กับศธจ.ก็เป็นญาติกัน เพื่อนกัน ทางแก้ศธ.ต้องแก้ปัญหาให้จบแบบสมบูรณ์ ควรยกเลิกและมอบการบริหารบุคคลเป็นของผู้มีอำนาจตาม มาตรา 53 ส่วนกศจ.และศธจ. ให้ทำหน้าที่งานนโยบาย กำกับ ส่งเสริม และงานอื่น ถ้าศธ.ไม่เร่งแก้ไข ยังปล่อยไว้แบบนี้ ไม่มีประโยชน์และยิ่งจะทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย” นายสมประดิษฐ์ กล่าว

นายประถม เชื้อหมอ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(ผอ.สพป.)พะเยา เขต 1 กล่าวว่า การดึงมาตรา 53(3)(4) ไปให้หน่วยงานต่างกรมดำเนินการ นักกฎหมาย มหาวิทยาลัยพะเยา บอกว่าไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้าม ตนเห็นว่าควรเสนอให้ดำเนินการแก้ไขตามข้อ 24 ที่กฎหมายระบุว่าสามารถปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมได้ ดังนั้นเราควรเสนอปัญหาในหลายมิติให้ผู้มีอำนาจรับทราบ เช่น ความล่าช้า ขั้นตอนตอนมาก สวนทางกับหลักการกระจายอำนาจ อาจเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานระยะยาว และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน